วิธีการใช้ Pepakura Viewer เพื่อดูไฟล์โมเดล

ไฟล์ที่เป็นนามสกุล .pdo จะเป็นไฟล์แผนภาพของวิธีการทำโมเดลกระดาษครับ สำหรับคนที่ไม่เคยใช้โปรแกรมนี้มาก่อน ผมจะเขียนวิธีการใช้โปรแกรมนี้สำหรับการพิมพ์แบบโมเดลกระดาษออกมาเป็นขั้นตอนง่ายๆไว้ในหน้านี้ครับ เริ่มต้นก่อนที่จะทำอย่างอื่นทั้งหมด ให้ไปดาวน์โหลดโปรแกรม Pepakera Viewer มาก่อนครับ โปรแกรมตัวนี้ปล่อยให้ดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี โหลดได้ที่นี่ครับ → Pepakera Viewer หลังจากที่ดาวน์โหลดโปรแกรมมาเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการลงโปรแกรมให้เสร็จ จากนั้นก็ใช้โปรแกรมเปิดไฟล์ .pdo ที่เราต้องการจะดูขึ้นมา ทีนี้ขั้นตอนต่อไปหลังจากที่เปิดขึ้นมาได้แล้ว จะได้ประมาณตามรูปครับ

วิธีการใช้โปรแกรม Pepakura Viewer เพื่อดูไฟล์โมเดล

ในโปรแกรม Pepakura จะแบ่งหน้าจอออกเป็นสองส่วน ส่วนที่อยู่ทางด้านซ้ายจะเป็นภาพสามมิติของโมเดลกระดาษที่เราเปิดขึ้นมาดู ส่วนทางด้านขวาจะเป็นไดอะแกรมที่เราจะต้องพิมพ์ออกไป เพื่อนำไปตัดแล้วเอามาประกอบเป็นโมเดล วิธีการดูเราสามารถที่จะใช้เมาส์เคลื่อนไปเหนือไดอะแกรมต่างๆ โปรแกรมก็จะแสดงเส้นสีแดงให้เราเห็นตามรูป ซึ่งมีความหมายว่าส่วนที่เส้นสีแดงขีดเข้าหากันคือจะต้องต่อกันเวลาเรามาประกอบโมเดล เราสามารถใช้ปุ่มหมุนของเมาส์ในการซูมเข้าซูมออก และกดปุ่มหมุนเมาส์ค้างไปแล้วลาก เพื่อเลื่อนไปมา

วิธีการใช้โปรแกรม Pepakura Viewer เพื่อดูไฟล์โมเดล

นอกจากนั้น เราสามารถที่จะใช้เมาส์คลิกไปที่ไดอะแกรม เมื่อคลิกไปแล้วโปรแกรมก็จะแสดงให้เห็นในส่วนของภาพสามมิติว่าไดอะแกรมที่เราคลิกนั้นเป็นส่วนให้ของโมเดล ตามรูปข้างล่างครับ

วิธีการใช้โปรแกรม Pepakura Viewer เพื่อดูไฟล์โมเดล

ใสส่วนต่อไป ถ้าเรากดที่เมนู View จะเห็นว่ามี Option ต่างๆมากมาย ผมจะอธิบาย Option ที่ต้องใช้ไว้คร่าวๆไว้ตามข้างล่างครับ

วิธีการใช้โปรแกรม Pepakura Viewer เพื่อดูไฟล์โมเดล

1. Use Materials For Faces
อันนี้เป็นการเลือกว่าจะแสดงสีหรือลายบนไดอะแกรมหรือไม่ ปกติก็จะใช้เพื่อแสดง เวลาพิมพ์ไดอะแกรมก็จะได้มีสี เราอาจจะปิดไม่ใช้แสดงถ้าหากว่าเราจะพิมพ์แบบหน้าหลังครับ

2. Add Outline For Padding
สำหรับอันนี้ถ้าเลือกไว้โปรแกรมก็จะระบายสีเกิดขอบในไดอะแกรมออกมานิดนึง จะใช้สำหรับกรณีเราพิมพ์แบบหน้าหลังเหมือนกันครับ

3. Show Edge ID
ออปชั่นนี้ถ้าเลือก โปรแกรมจะพิมพ์ตัวเลขกำกับให้ด้วยว่าขอบไหนจะต้องไปต่อกับของใหน จะช่วยให้ประกอบได้ง่ายขึ้น แต่ควรจะใช้ก็ต่อเมื่อเราพิมพ์หน้าหลัง ไม่งั้นโมเดลที่พิมพ์จะมีตัวเลขเล็กๆพิมพ์ติดออกมาด้วยเต็มเลย

4. Apply Transparency For Print Setting
สำหรับออปชั่นนี้จะเป็นการเลือกว่าจะให้เปิดการจางของเส้นที่กำหนดในเมนู Setting -> Print Setting หรือไม่ ในเมนู Print Setting ถ้าเรากดขึ้นมา จะแสดงตามรูปข้างล่าง ซึ่งจะเห็นว่ามีตัวเลือนให้เราเลือกจาก 0 ถึง 100 อยู่ ถ้าเราเลือกที่ 100 เส้นไดอะแกรมต่างๆก็จะแสดงเข้มเต็มที่ แต่ถ้าเราเลือกที่ 0 เส้นก็จะหายไปเลย เหลือแต่สีกับลายเท่านั้น

วิธีการใช้โปรแกรม Pepakura Viewer เพื่อดูไฟล์โมเดล

5. Reset Model View
เมนูนี้เป็นอันสุดท้ายที่อาจจะใช้ ซึ่งจะใช้สำหรับรีเซ็ตมุมมองให้กลับมาเป็นแบบเริ่มต้น

ที่นี้ก็มาถึงเรื่องของการพิมพ์แบบโมเดลครับ

การพิมพ์แบบโมเดลออกมาสามารถพิมพ์ได้สองแบบ แบบแรกง่ายๆ จะใช้กรณีที่เครื่องพิมพ์ที่เราจะพิมพ์ ไม่สามารถพิมพ์แบบสองหน้าได้ (เครื่องพิมพ์ที่พิมพ์สองหน้าได้จะสามารถพิมพ์หน้าหลัง โดยหน้าที่เป็นหน้าหลังเครื่องพิมพ์จะทำการกลับรูปให้อัตโนมัติ) กรณีการพิมพ์แบบนี้ เราจะพิมพ์เส้นไดอะแกรมกับสีและลายของโมเดลไปด้วยกันเลย ให้เราปรับตัวสไลด์ในหน้า Print Setting เป็นค่าระหว่าง 0 – 100 ตั้งให้เส้นจางที่สุดเท่าที่เราจะพอมองเห็นได้ จากนั้นเลือกใช้ Use Materials For Faces และ Apply Transparency For Print Setting แล้วปิด Show Edge ID กับ Add Outline For Padding ทิ้งไป แล้วพิมพ์ออกมาได้เลย

สำหรับการพิมพ์โมเดลแบบที่สอง ใช้กับเครื่องพิมพ์ที่สามารถพิมพ์หน้าหลังได้ หรือเครื่องพิมพ์ที่สามารถทำการกลับรูปให้เราได้ (มักจะเรียกว่าการพิมพ์ reflect, mirror reflect ให้ลองหาดูว่าใน Option ของเครื่องพิมพ์เราสามารถทำอย่างนี้ได้หรือไม่) กรณีพิมพ์แบบนี้ เราจะพิมพ์ไดอะแกรมหน้านึง แล้วพิมพ์สีและลายให้ตรงกันอยู่อีกหน้าหนึ่งของกระดาษ จะทำให้เวลาเราทำโมเดลออกมาแล้วไม่มีรอยเส้นของไดอะแกรมอยู่บนโมเดล ซึ่งจะสวยกว่ามาก วิธีการก็คือ ให้เราพิมพ์หน้าแรกเป็นไดอะแกรมก่อนโดยไม่ต้องพิมพ์สีและลายโดยการปิด Use Materials For Faces และปิด Apply Transparency For Print Setting (เราสามารถเปิด Option [Show Edge ID] ได้ ถ้าต้องการหมายเลขเพื่อให้ประกอบง่ายขึ้น) แล้วพิมพ์เป็นหน้าแรกออกมา สำหรับหน้าหลังให้ตั้งเครื่องพิมพ์เป็นพลิกกระดาษ (ตั้ง Mirror Reflect หรือ Reflect ขึ้นกับเครื่องพิมพ์แต่ละยี้ห้อ) จากนั้นก็เอากระดาษที่พิมพ์หน้าแรกแล้วใส่กลับเข้าไปพิมพ์หน้าหลัง จากนั้นก็พิมพ์ลายออกมาที่หน้าหลังโดยไม่ต้องมีไดอะแกรม ซึ่งทำได้โดยการเซ็ต 0-100 ใน Print Setting เป็น 0 แล้วเลือกใช้ออปชั่น Use Materials For Faces, Add Outline For Padding และ Apply Transparency For Print Setting ก็จะได้โมเดลที่พิมพืสองหน้าพร้อมตัดออกมาครับ